โลรีนา เอส

Home Pageประสบการณ์ใกล้ตาย – เรื่องเล่าล่าสุดเล่าประสบการณ์ใกล้ตายของคุณ

Experience description: 

พวกเขาเริ่มพาฉันเข้าห้องผ่าตัดด้วยแคร่ของคนไข้ ขณะที่ฉันกำลังคุยกับวิสัญญีแพทย์ เขาก็เริ่มฉีดยาสลบเข้าสู่แขนของฉัน ฉันเหลือบไปดูเวลาที่นาฬิกาบนฝาห้อง(เป็นนาฬิกาแขวนที่ทำด้วยพลาสติกสีขาวและมีกรอบสีดำ) ขณะนั้น เป็นเวลาเย็น 18.20 น. ของวันที่ 29 มกราคม ปี คศ 2004

ประมาณเวลา 18.25 น. เขาก็เริ่มต้นฉีดยาที่ใต้รักแร้ด้านซ้าย  เป็นการฉีดยาชาเฉพาะบางส่วนของร่างกายตามคำแนะนำของวิสัญญีแพทย์  ขณะที่หลังจากฉีดยาสลบเข็มแรก วิสัญญีแพทย์ ก็เริ่มหันมาคุยกับฉันว่า

“เป็นอย่างไรบ้าง ยาสลบที่วางไว้ ไหลไปทั่วหรือยัง ฉันก็ตอบว่า ยัง

วิสัญญีแพทย์ก็ถามอีก  เป็นยังไงบ้าง ฉันก็ยังคงตอบว่า ยังเช่นเดิม

และหลังจากตอบคำถามนั้นแล้ว ฉันก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย จำอะไรก็ไม่ได้ และแล้วก็มาเริ่มต้นประสบการณ์ที่น่าสนใจของฉัน  ฉันมั่นใจว่า หลังจากที่คุณฟังเรื่องที่ฉันเล่าให้ฟังแล้ว  คุณจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกของความรักเปี่ยมเต็มหัวใจของคุณเลย

ไม่มีใครอยู่กับฉันเลย ดูเหมือนฉันอยู่คนเดียว  ฉันรู้สึกตัวว่า เหมือนกับตกลงจากที่สูงไปยังเบื้องล่าง ที่มืดมิด ไม่มีอะไรมาขวางกั้น  ราวกับว่า ผ่านไปโดยไม่มีมิติของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง  ฉันเริ่มรู้สึกถึงคุณปู่ของฉันยืนอยู่ โดยมีแสงสว่างนวลอยู่ด้านหลังของท่าน แสงที่สว่างออกนวล ไม่ได้ระคายเคืองสายตาของฉันเลย

นั่นเป็นคุณปู่จริงๆ คุณปู่คือคุณพ่อของพ่อฉัน  ฉันรักคุณปู่มากๆ ท่านยืนอยู่บนอากาศ (ฉันแทบจะจำท่านไม่ได้ ท่านได้เสียชีวิตมาแล้วนานกว่า 12 ปี เมื่อวันที่ 12  มกราคม 1992) ท่านเสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน โดยต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา โดยทำลายระบบภูมิคุ้มกันของท่าน  เท่าที่ฉันจำได้ คุณปู่ใช้เวลาที่เหลือชีวิตของท่าน นอนอยู่บนเตียง  คุณปู่สวมเสื้อคลุมยาว สีขาว ชายเสื้อมัดอยู่บริเวณลำคอ  เหมือนกับท่านเป็นเทพเทวดาองค์หนึ่งก็ว่าได้  แต่ท่านไม่มีปีกสำหรับบินได้  เสื้อคลุมนั้น ยาวมาก แต่ฉันก็ยังสังเกตเห็นได้ว่า ท่าน ไท้ไม่ได้ใส่รองเท้าด้วยเลย  มันดูเหมือนว่า ท่านเป็นคนไร้น้ำหนัก หรือมีน้ำหักเพียงไม่กี่กรัมก็ว่าได้  คุณปู่จ้องเขม็งมาที่ฉัน นัยน์ตาที่อ่อนโยน  อ้าแขนกว้างออกมา แล้วบอกฉันว่า ปู่มาหาฉันโดยเฉพาะ

ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ในทันทีทันใดนั้น  เมื่อฉันต้องการไปกับคุณปู่ของฉัน  พวกเขากลับไม่ให้ฉันเข้าไปพบคุณปู่ หรือเข้าไปในวง  และฉันก็สังเกตเห็นว่ามีวงล้อมสีขาวๆ ล้อมรอบผู้คนเหล่านั้น  มีเพียงคนที่นำหน้ากลุ่มคนเหล่านั้น ที่ฉันรู้จักคือ คุณปู่ของฉันนั่นเอง

พวกเขาห้ามไม่ให้ฉันเข้าไปใกล้ เพราะเป็นความต้องการของคุณปู่ของฉัน ฉันพยายามแล้ว พยายามอีก ที่จะแทรกเข้าไปให้ได้จากช่องว่างที่มีอยู่ ระหว่างคุณปู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง (ซึ่งแต่งตัวเหมือนกัน) ฉันพยายามจะแทรกตัวเข้าไป แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะว่าพวกเขาห้ามฉันเข้าไป พวกเขาเพียงแต่พูดว่า ฉันยังไม่สมควรจะเข้าไปในเวลานี้  คุณปู่จะกลับมาหาฉันเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว แต่ไม่ใช่ในเวลานี้

ฉันยังจำได้แม่นว่า ฉันรู้สึกท้อแท้ใจมากที่ไม่สามารถไปกับคุณปู่  ฉันเพียงแต่รับรู้ว่า ฉันมีความสุข มีความสงบ ที่ได้สัมผัสกับอ้อมแขนของคุณปู่  ทันใดนั้น ฉันก็รู้สึกว่า มีใครคนหนึ่ง กำลังตบศีรษะฉันให้รู้สึกตัว รวมทั้งที่แก้มของฉันด้วย

ฉันเริ่มรู้สึกตัว และเริ่มเรียกหาลูกชาย “ฟาซู” ของฉัน “ลูกของฉันอยู่ที่ไหน” ฉันถาม ขณะนั้น ก็มีหญิงคนหนึ่งที่ฉันไม่รู้จักตอบกลับว่า “ลูกของคุณตอนนี้ อยู่กับพี่เลี้ยงเด็กของเขาคะ” ฉันก็ตอบว่า “พี่เลี้ยงเด็กก็คือพี่สาวของฉันเอง”

ทันทีทันใด ก็มีเสียงของผู้หญิงคนเดิมพูดเพิ่มเติมว่า ลอรีนา อย่าได้ดิ้นรนหรือขัดขืนเลย ญาติมิตรทุกคนรออยู่ข้างนอก  ทุกคนรักและห่วงใยเธอมาก

สิ่งต่อไปที่ฉันเริ่มรู้สึกตัวก็คือ คุณแม่ฉันยืนอยู่ด้านซ้ายมือของฉัน และ ป้าเนลลี่ก็ยืนอยู่ตรงด้านขวาของฉัน ทั้งสองคนกุมมือฉันและลูบศีรษะฉันแผ่วเบา  ฉันบอกพวกเขาว่า “คุณปู่มารับฉันแล้ว” พวกเขากลับตอบว่า คุณปู่จะไม่มารับฉันแน่นอน เพราะว่าคุณปู่ต้องการให้ฉันมีชีวิตอยู่กับพวกเราและลูก “ฟาซู” ของฉัน แต่ฉันก็ยังคงยืนยันคำพูดและความต้องการของฉันอีก

เมื่อคุณพ่อของฉันมาเยี่ยมฉัน ฉันก็ยังบอกคุณพ่อของฉันว่า “ป๋าคะ หนูยืนยันว่า หนูได้พบกับคุณปู่ คุณปู่มารับฉันไปอยู่ด้วย” ฉันก็ยังพูดเช่นเดียวกันกับพี่สาวแนทตี้ แล้วฉันก็ผล็อยหลับไป ตื่นขึ้นมาฉันก็มานอนอยู่ในห้องคนไข้รวมแล้ว

ณ ที่นี้ ฉันถูกห้อมล้อมด้วยญาติพี่น้องอันเป็นที่รัก รวมทั้งสามีและลูกของฉัน  วันนี้คือวันที่ 19 มกราคม 2004 แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม ฉันก็ยังยืนยันว่า มันเป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องที่มีความสงบสุข เป็นเรื่องของความรักที่บริสุทธิ์

ฉันต้องการเล่าเรื่องและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดครั้งนั้น (ความจริงการผ่าตัดต้องใช้เวลาเพียง ครึ่งชั่วโมง แต่จริงๆแล้ว ใช้เวลาในการผ่าตัดนานถึง สามชั่วโมงครึ่ง)จึงแล้วเสร็จ

ฉันเข้าห้องผ่าตัดเวลา 18.20 น.  เวลา 18.25 น.เริ่มต้นฉีดยาสลบ  และออกจากห้องผ่าตัดเวลา 21.45 น. (ข้อมูลนี้ ได้จากสามีของฉัน) แพทย์ผู้ผ่าตัดแจ้งให้ญาติๆของฉันทราบว่า

จำเป็นต้องให้อยู่โรงพยาบาลต่อก่อน เนื่องจากฉันประสบกับ วิกฤตการณ์ย้อนหลังหรือถอยหลัง จากการผ่าตัด