ฮิวโก เอชเอสอาร์ ประสบการณ์ความตาย

Home Pageประสบการณ์ใกล้ตาย – เรื่องเล่าล่าสุดเล่าประสบการณ์ใกล้ตายของคุณ

Experience description:   

ชื่อของผมชื่อ ฮิวโก ผมอาศัยอยู่ที่เมืองรีซีฟ  เหมือนกับสัปดาห์การทำงานปกติ ผมกลับจากงานผู้ช่วยด้านเทคนิค เพื่อพาภรรยาผมไปยังวิทยาลัย  ผมจำเป็นต้องเร่งรีบมาก จึงรีบขี่จักรยานยนต์ของผมอย่างรวดเร็ว  มีผู้ขี่จักรยานยนต์หลายคันที่ขี่ตามหลังผม ไปในทิศทางเดียวกับผม  ทันทีทันใด ก็มีรถยนต์คันหนึ่งหักพวงมาลัยไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว ขณะนั้น จักรยานยนต์ของผมอยู่ที่ 62 ไมล์ต่อชั่วโมง ผมพุ่งเข้าชนรถยนต์คันนั้นอย่างเต็มที่ พลันก็หมดสติลงหลุดจากโลกที่ผมอยู่ในปัจจุบัน  พลันผมก็เห็นลำแสงสีฟ้าฉายพุ่งไปยังขอบฟ้า  ผมเริ่มถามตัวเองว่า “นี่ตัวผมอยู่บนสวรรค์แล้วหรือลำแสงก็ยังคงฉายอยู่เหมือนเดิม ผมก็ถามตัวผมเองอีกครั้งหนึ่งว่า “นี่ผมตายแล้วหรือ” หากคำนวณจากระยะทางที่ผมอยู่กับลำแสงเป็นสเกล 0 ต่อ 100 ลำแสงนั้นอยู่ห่างจากผมที่ประมาณ 70 สเกล เหมือนกับที่พวกเราเคยอ่านเกี่ยวกับอุโมงค์ลำแสงแบบนั้นเลย 

ผมพยายามคิดและหาคำตอบด้วยตนเอง ผมมองเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งมีผู้หญิงอีกคนอยู่ทางด้านซ้ายมือของเขา  ทั้งสองคนต่างถือเทียนไขเล่มเดียวกัน (ผู้ชายยืนทางซ้าย โดยถือเทียนไขที่มือขวา ส่วนผู้หญิงยืนอยู่ทางขวา มือซ้ายถือเทียนเล่มเดียวกันกับผู้ชาย) ตามระยะที่ห่างไปประมาณ 70 สเกล ผมก็ร้องว่า “ เฮ้ ผมตายแล้วนะ”  ในวินาทีนั้น ดูเหมือนว่า ผู้ชายคนนั้นย่างก้าวเข้ามาสู่จิตใจของผม  เขาพยายามควบคุมจิตใจของผม เพื่อจะพาผมไปพบกับพระผู้เป็นเจ้า 

ทันใดนั้น ผมก็ได้ยินเสียงร้องจากภรรยาของผม “ที่รัก” แล้วผมก็กลับเข้ามายังร่างกายในปัจจุบันของผมอีกครั้ง 

หลายเดือนต่อมา ผมต้องเดินทางไปยังเมือง ฟอร์ทาเลสา ห่างออกไปประมาณ 630 ไมล์จากเมืองที่ผมอาศัยอยู่ ระหว่างที่ผมกำลังเดินทางกลับบ้านนั้น ผมเผลอหลับในไปหน่อย พลันผมก็ได้ยินเสียงพระเจ้ากระซิบที่ข้างหูของผมว่า “ลืมตาขึ้น” ผมก็พบว่า ผมขี่จักรยานยนต์แบบหลับใน ด้วยความเร็ว 70 ไมล์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ก็พบว่า ผมกำลังขี่คร่อมไปยังอีกเลนหนึ่งของถนน ซึ่งมีรถบรรทุกกำลังขับสวนทางมา เป็นที่น่าโชคดีมาก ที่ผมสามารถหันหัวจักรยานยนต์กลับไปเลนของผม ผมสามารถเดินทางกลับถึงบ้านได้โดยปลอดภัย  

หมายเหตุ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 หลังจากที่ผมได้ผ่านพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว ผมตื่นขึ้นมาแล้วก็ผมว่า ผมมีญาณพิเศษสามารถมองได้ทั่วภพจักรวาล เหมือนกับผมสามารถอ่านจิตใจ หรืออ่านความคิดของผู้คนทั้งหมดได้  เช่น ขณะชมโทรศัพท์ เหมือนกับผมกำลังสนทนากับผู้ประกาศข่าวในทีวี  เพียงแต่ผมสั่งให้ผู้ประกาศข่าวทีวีให้ขยิบตา ผู้ประกาศข่าวทีวีก็ขยิบตาตามที่ผมสั่งเลย  

หลังวันที่ 13 พฤษภาคม 2011 อาจเป็นวันสุดท้ายของพลเมืองของโลกแล้ว ผมขอยืนยันว่า มนุษย์จะยังสามารถปกป้องรักษาความเป็นอยู่ได้ ตราบใดที่เขายังคงรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพระว่าผมเป็นช่างเทคนิคที่เน้นเรื่องความปลอดภัยในการทำงานเป็นหลัก