ก๊อต เฟร์แซส ประสบการณ์ความตาย

Home Pageประสบการณ์ใกล้ตาย – เรื่องเล่าล่าสุดเล่าประสบการณ์ใกล้ตายของคุณ

อธิบายเพิ่มเติมโดย  จูดี้ ชี  10/3/12

Experience description:   

มันเกิดขึ้นที่เมืองมอลต้า เมื่อเดือนธันวาคม 2004 เมื่อผมมีอายุ 46 ปี ผมเป็นนักบวชในนิกายโรมานแคทอริก ระหว่างการแข่งฟุตบอลภายในระหว่างกลุ่มของพี่น้องนักบวชในนิกายเดียวกันกับกลุ่มของเพื่อนๆของพวกเรา ผมเกิดบาดแผลที่หัวเข่า ถึงแม้มันจะไม่เจ็บปวดมากนัก แต่ก็ต้องทำให้ผมต้องหยุดการแข่งขันในทันที   ผมต้องใช้ผ้าพันแผลห่อหุ้มหัวเข่าตลอดเวลา 3 วัน และเมื่อผ่านไป 3 วันแล้วผมเริ่มรู้สึกดีขึ้น ก็ถอดผ้าพันแผลออก  ผมก็เกิดภาวะเส้นเลือดอุดตันในปอด โดยที่ขณะนั้น ผมไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรผิดปกติที่ตัวผมเลย  ผมเริ่มต้นด้วยอาการจับไข้  อันเกิดจากสาเหตุของไข้มาเลเรีย  ซึ่งผมได้รับเชื้อมาเลเรียหลายครั้งแล้ว จากการที่เคยไปทำงานที่ประเทศไนจีเลีย  ในขั้นแรก นายแพทย์ที่รักษาผม ไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้  แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ คุณหมอก็เริ่มวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องแล้ว  ผมเริ่มรู้สึกเหนื่อยอ่อนมาก และหายใจลำบาก  จึงต้องถูกนำตัวฉุกเฉินเข้าโรงพยาบาลโดยทันที ซึ่งในขั้นแรกผมก็ประวิงเวลา ไม่ยินยอมเข้าโรงพยาบาล แต่ก็ทนการรบเร้าไม่ได้ ต้องถูกนำส่งเข้าโรงพยาบาลในที่สุด ที่โรงพยาบาล ผลการตรวจเลือดยืนยันว่า ผมไม่มีเชื้อมาเลเรียแน่นอน  แต่ด้วยภาวะที่ปอดของผมติดเชื้อทั้งสองด้าน ผมจึงถูกนำไปส่งที่ห้องไอซียูทันทีในเย็นวันเดียวกัน  ผมยังจำได้ว่า ในเช้าวันถัดมา ผมพยายามยกตัวขึ้นเพื่อรับประทานอาหารเช้า แต่ทันทีทันใด ผมก็ต้องล้มหมดสติ

ผมจำได้แม่นยำว่า ช่วงที่ผมหมดสติไม่รับรู้เรื่องราวใดๆนั้น ผมรู้สึกถึงความสงบและมีความสุขมากๆในเวลาดังกล่าว  ผมไม่ได้เห็นแสงสว่าง ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย สิ่งที่ผมจำได้ก็คือ กลุ่มพยาบาลที่พยายามเรียกให้ผมกลับฟื้นคืนมา แต่จริงๆผมก็รู้สึกขัดใจมากพอสมควร เหมือนกับผมกำลังสนุกกับภาพยนตร์ที่กำลังฉายตอนมันๆด้วยใจจดใจจ่อ พลันก็เกิดไฟฟ้าดับวูบในตอนที่หนังกำลังสนุกสนาน ทำให้เสียความรู้สึก

และแล้วผมก็เริ่มฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง หัวใจของผมเต้นระรัวที่ 200 ครั้งต่อนาที และมีเสียงพยาบาลตะโกนให้ผมหายใจเข้าออก  ต่อมาก็พบว่า พยาบาลกำลังปลุกให้ผมตื่น โดยที่ขณะนี้ ตัวผมเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ  ผมเริ่มตะหนักว่า ผมได้เสียชีวิตไปแล้ว  ซึ่งต่อมาก็มีคนเล่าให้ฟังว่า ชีพสัญญาณของผมหยุดไปแล้ว ในขณะที่พยาบาลพยายามจะปลุกปั้นให้ผมฟื้นคืนชีพด้วยวิธีการปั๊มหัวใจ (CPR)

ในฐานะที่ผมเป็นนักบวชในศาสนา  ผมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความเชื่อของผมได้ แต่ผมก็ได้พบกับความจริงในที่สุด ผมเชื่อแล้วว่า มีชีวิตหลังความตายแน่นอน  และผมก็มั่นใจว่า ผมไม่กลัวที่จะพบกับความตาย