เอวิลีน

Home Pageประสบการณ์ใกล้ตาย – เรื่องเล่าล่าสุดเล่าประสบการณ์ใกล้ตายของคุณ

Experience description: 

ฉันต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาคารครรภ์เป็นพิษ  เลือดออกภายใน  นอกจากนี้ ยังปรากฏว่ายังมีอาการของโลหิตเป็นพิษด้วย ระหว่างทางที่ไปยังห้องผ่าตัด(หลังจากได้ฉีดยาบรรเทาเจ็บแล้ว) ฉันได้ร้องขอพบพระประจำโรงพยาบาล แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ปฏิเสธ  สำหรับฉันตอนนั้นก็เป็นแบบว่า เป็นอะไรก็เป็นกัน ตายก็ตาย

“ชีวิตของลูกอยู่ในมือของพระองค์” ฉันภาวนาต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า ระหว่างที่นอนอยู่บนเตียงผ่าตัด พยาบาลบอกให้ฉัน เริ่มนับตั้งแต่ 1 ถึง 10 พอฉันนับได้แค่ 5 เท่านั้น ฉันก็หยุดนับ แล้วแทนที่จะนับต่อ ฉันกลับเริ่มต้นสวดมนต์ “ข้าแต่พระบิดา” พอเริ่มได้แค่นั้น ฉันก็เริ่มรู้สึกกำลังดิ่งลงลึกของอุโมงค์ที่มืดมิด และ เป็นอุโมงค์แบบมันเลื่อมๆ

ภายในอุโมงค์ค่อนข้างมืด ฉันรู้สึกว่า ฉันกำลังลอยอยู่ในช่วงหนึ่ง และรู้สึกว่า ความเจ็บปวดที่บริเวณท้องน้อยหายไปเลย  ในขณะที่ใกล้ถึงปลายทางของอุโมงค์ ก็ปรากฏแสงสว่างส่องออกมา ฉันเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาก ความรู้สึกที่มีความกลัวต่อเรื่องตายๆ กลับไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ยิ่งใกล้อุโมงค์เท่าไร ฉันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกับว่าถูกดึงดูดเข้าไปสู่แสงสว่างนั้นทุกๆขณะ

ฉันเริ่มมองเห็นใบหน้าของผู้คนที่ตายไปแล้ว บ้างก็เป็นคนที่ฉันรู้จัก บ้างก็ไม่รู้จัก ต่างก็เริ่มตะโกนว่า “กลับไป กลับไป กลับไป” หลังจากนั้น ฉันก็ได้ยินเสียงพึมพำตลอด

เมื่อถึงปลายอุโมงค์แล้ว ฉันก็พบว่า ฉันอยู่ในท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น ฉันรู้สึกสบายดีมากๆ  ไม่มีความเจ็บปวดอีกเลย  ไม่มีสิ่งใดที่ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว  มีความอบอุ่น พ่อของฉันก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย  เรามีความสุขมากที่ได้พบซึ่งกันและกัน แต่ก็มีเสียงกระซิบกระซาบที่มาคอยรบกวนเราทั้งสองคน  โดยเสียงส่วนใหญ่จะพูดเหมือนๆกันว่า “ไม่นะ” ฉันเริ่มรู้สึกว่า มีลมกระโชกผ่านไป

แสงที่สว่างนั้นก็เริ่มค่อยๆเปลี่ยนรูปเป็นภาพของคนนุ่งชุดสีขาวแทน  ทุกสิ่งเริ่มเงียบสงัดเมื่อภาพคนนุ่งชุดขาวนั้นเดินผ่านมาหาฉัน หน้าของคนๆนั้นใส มีรอยยิ้ม และดูสงบเยือกเย็น ฉันพลอยรู้สึกอบอุ่นใจไปด้วย ภาพนั้นเป็นรูปคนที่ไม่สูงนัก น้ำหนักและความสูงเฉลี่ยเป็นปกติ อาจเป็นได้ทั้งผู้ชายหรือผู้หญิง ฉันเริ่มตั้งคำถามว่า “ท่านเป็นพระเจ้าใช่ไหม หรือ ท่านเป็นพระเยซู” ฉันก็ได้รับคำตอบท่ามกลางรอยยิ้มว่า “เอวิลีน ยังไม่ถึงเวลา กลับไปก่อน กลับไปก่อน” ฉันตอบว่า ฉันอยากอยู่ต่อ เพื่อจะได้อยู่กับคุณพ่อของฉัน แต่ก็ได้คำตอบเดิมพร้อมกับการปฎิเสธโดยการส่ายศีรษะว่า “เอวิลีน ยังไม่ถึงเวลา เธอจะต้องกลับไปก่อน” แล้วก็มีเสียงจากผู้คนที่ยืนอยู่โดยรอบว่า “อ้า/โอ้” และปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคน  แต่ฉันก็ยืนกรานว่า ฉันต้องการอยู่ต่ออีก แต่ภาพนั้นก็ยังคงยืนกรานอย่างหนักแน่น พร้อมกับรอยยิ้มว่า “เอวิลีน เธอต้องกลับไป”

ฉันเริ่มรู้สึกตัวว่า ตัวฉันถูกดูดกลับไปที่อุโมงค์  และความเจ็บปวดก็เริ่มกลับมาอีก เหมือนมีใครมาดึงแขนฉันทั้งสองข้าง ฉันหลุดออกมาจากอุโมงค์ กลับเข้ามาในห้องผ่าตัดอีกครั้ง เริ่มตะหนักถึงความปวดอีกครั้ง ฉันพยายามจะลุกขึ้น และเห็นพยาบาลกำลังปั๊มและกดหน้าอกของฉัน  ฉันเห็นร่างกายของฉันบนเตียง ในขณะที่ฉันรู้ว่าฉันอยู่นอกร่างกายของฉัน โดยที่พยายามจะผลัก และดึงพยาบาลให้ออกจากตัวฉัน และพยายามบอกพยาบาลเหล่านั้นว่า ที่กำลังทำอยู่นั้น ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดมาก แต่ดูเหมือนว่า พวกเขาไม่สังเกตเลยว่า ฉันอยู่ในห้องด้วยเลย  และแล้วพยาบาลคนหนึ่งก็ตะโกนว่า “คนไข้เริ่มหายใจได้เองแล้ว เธอกลับมาแล้ว” และฉันก็เริ่มรู้สึกตัวว่า ฉันกลับมาแล้ว ฉันรู้สึกตัว ว่า ฉันหายใจได้เองแล้ว